ดอลล์อ่อนค่า วิตกความขัดแย้ง สหรัฐ-จีน , ข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนค่า เหตุนลท.ขายจากวิตกความขัดแย้ง สหรัฐ-จีน ,ข้อมูลศก.อ่อนแอ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายดอลลาร์จากความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐ-จีน และหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.06% สู่ระดับ 98.3271 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9617 ฟรังก์ จากระดับ 0.9634 ฟรังก์ แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.79 เยน จากระดับ 107.64 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3777 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3760 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1102 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1089 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6664 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6658 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าแตะที่ระดับ 1.2327 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2340 ดอลลาร์

นักลงทุนขายดอลลาร์จากความวิตกเกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศมาตรการตอบโต้จีน หลังจากที่จีนเตรียมบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง อ่านเพิ่มเติม

ลุ้นศบค.ชุดใหญ่ เคาะผ่อนคลายเฟส 3-ปรับเคอร์ฟิว – THAI ประชุมบอร์ดนัดพิเศษ

ลุ้น ศบค. ชุดใหญ่ เคาะผ่อนคลายเฟส 3-ปรับเคอร์ฟิว/สภาถกพ.ร.ก.กู้เงินวันที่ 3/THAI ประชุมบอร์ดนัดพิเศษ

ติดตามการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ซึ่งจะมีการพิจารณาเรื่องการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 3 ลุ้นกิจการ/กิจกรรมที่จะได้รับการผ่อนปรน เโดยบื้องต้นคาดว่ากิจการ/กิจกรรมซึ่งมีความเสี่ยงปานกลางถึงสูง จะได้รับการผ่อนคลายเพิ่มเติม รวมถึงการปรับมาตรการเคอร์ฟิว จากปัจจุบัน 23.00 – 04.00 น. มีแนวโน้มปรับลดเวลาลง

ภายหลังประชุม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. จะแถลงสถานการณ์ประจำวัน รวมถึงมติที่ประชุม ต้องติดตามว่าจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไร

  • ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)
  • ยังต้องติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินในการแก้ไขปัญหาเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้ง 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท ในวันที่ 3 หลังวานนี้สั่งพักการประชุมไปเมื่อเวลา 19.50 น.

ส่วนภาพรวมในการอภิปราย 2 วันที่ผ่านมา ส.ส.ฝ่ายค้าน ยังคงอภิปรายท้วงติงการออกพ.ร.ก.กู้เงินที่ยังไม่มีการระบุชัดเจนถึงแหล่งที่มา การจัดสรรเยียายังไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 553.16 จุด ขานรับข่าวการเปิดภาคธุรกิจในหลายประเทศ

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 553.16 จุด รับแรงซื้อหุ้นแบงก์,ทั่วโลกคลายล็อกดาวน์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุแนว 25,000 จุดเมื่อคืนนี้ (27 พ.ค.) ขานรับความหวังที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐและประเทศอื่นๆทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากรัฐบาลเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจเรือสำราญพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขานรับข่าวการเปิดภาคธุรกิจในหลายประเทศ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,548.27 จุด พุ่งขึ้น 553.16 จุด หรือ +2.21% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,036.13 จุด เพิ่มขึ้น 44.36 จุด หรือ +1.48% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,412.36 จุด เพิ่มขึ้น 72.14 จุด หรือ +0.77%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยล่าสุดดีดขึ้นมายืนที่เหนือระดับ 25,000 จุดได้อีกครั้งเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเป็นบวกว่า เศรษฐกิจสหรัฐและประเทศต่างๆทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้นหลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยอังกฤษเตรียมเปิดห้างสรรพสินค้าและธุรกิจบางส่วนในวันที่ 1 มิ.ย.ตามมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์เฟสที่สอง ขณะที่เยอรมนีเตรียมยกเลิกคำเตือนการเดินทางไปยัง 31 ประเทศในยุโรปในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้

ส่วนในสหรัฐนั้น ขณะนี้ทั้ง 50 รัฐในสหรัฐได้กลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยล่าสุดนายเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสประกาศว่า บริเวณพื้นที่ทานอาหารในร้านภายในศูนย์การค้าและคอร์สเรียนสอนขับรถจะกลับมาเปิดให้บริการได้ทันที ขณะที่สวนน้ำจะกลับมาเปิดอีกครั้งในวันศุกร์นี้โดยจะรับผู้เข้าใช้บริการ 25% ของความจุปกติ ส่วนกิจกรรมกีฬาเพื่อการสันทนาการสำหรับผู้ใหญ่จะกลับมาเปิดได้ตามปกติในวันอาทิตย์นี้

ทั้งนี้ การทยอยเปิดเศรษฐกิจของประเทศต่างๆเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มเรือสำราญพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ พุ่งขึ้น 3.89% หุ้นเดลต้า แอร์ไลน เพิ่มขึ้น 2.69% หุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ พุ่งขึ้น 7.54% หุ้นเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ พุ่งขึ้น 3.5% หุ้นเจ็ทบลู พุ่งขึ้น 3.17% อ่านเพิ่มเติม

HKEX จับมือ MSCI ออกสัญญาฟิวเจอร์-ออปชั่นดัชนีหุ้นเอเชีย

HKEX จับมือ MSCI ออกสัญญาฟิวเจอร์-ออปชั่นดัชนีหุ้นเอเชีย / ตลาดเกิดใหม่

บริษัทฮ่องกง เอ็กซ์เชนจ์ แอนด์ เคลียริ่ง ลิมิเต็ด (HKEX) ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดเผยในวันนี้ว่า จะเปิดตัวสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฟิวเจอร์และออปชั่นดัชนีหุ้นตลาดเอเชียและตลาดเกิดใหม่ภายใต้ข้อตกลงกับ MSCI ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนีระดับโลก โดยหวังที่จะขยายฐานผลิตภัณฑ์ของ HKEX ให้หลากหลายมากขึ้น

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ตลาดฟิวเจอร์ของฮ่องกงซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ HKEX จะออกสัญญาฟิวเจอร์และออปชั่นจำนวน 37 สัญญาที่อิงกับดัชนีหุ้นต่างๆ ของ MSCI อาทิ MSCI Emerging Markets Asia, MSCI China Free, MSCI Singapore และ MSCI India รวมถึงดัชนีอื่นๆ อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 200 จุด รับข่าวดีจาก “โนวาแวกซ์”

ดาวโจนส์ ฟิวเจอร์ พุ่งกว่า 200 จุด รับข่าว”โนวาแวกซ์“เริ่มทดลองวัคซีนต้านโควิด-19

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 200 จุดในช่วงเช้านี้ หลังจากโนวาแวกซ์ (Novavax) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ว่า ทางบริษัทได้เริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟสแรกในการใช้วัคซีน NVX-CoV2373 เพื่อต้านไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าจะสามารถทราบผลเบื้องต้นเกี่ยวกับความปลอดภัย และความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (immunogenicity) จากการทดลองดังกล่าวในเดือนก.ค.นี้

ณ เวลา 06.28 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ พุ่งขึ้น 224 จุด หรือ 0.92% แตะที่ 24,648 จุด

แถลงการณ์ของโนวาแวกซ์ระบุว่า เมื่อการทดลองเฟสแรกเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ทางบริษัทก็จะทำการทดลองเฟสที่ 2 ในหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา โดยการทดลองในเฟสที่ 2 นั้น จะทำการประเมินเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ความปลอดภัย และการลดการติดเชื้อโควิด-19 ในบุคคลหลากหลายช่วงอายุ

ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนมีความหวังว่า การผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จะประสบความสำเร็จในไม่ช้านี้ อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดลบ 8.96 จุด เหตุวิตกความตึงเครียดสหรัฐ-จีน และ โควิด-19

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 8.96 จุด เหตุวิตกความตึงเครียดสหรัฐ-จีน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ 8.96 จุด เมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนชะลอการเข้าซื้อหุ้นก่อนวันหยุดยาวของตลาดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.เนื่องในวันเมมโมเรียล เดย์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,465.16 จุด ลดลง 8.96 จุด หรือ -0.04% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,324.59 จุด เพิ่มขึ้น 39.71 จุด หรือ +0.43% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,955.45 จุด เพิ่มขึ้น 6.94 จุด, +0.24%

แต่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์บวก 3.3%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 3.2% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 3.4%

ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเตือนเมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ว่า สหรัฐจะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวกับแผนการของจีนที่จะบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง และความตึงเครียดดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่าง 2 ประเทศ

นายหวัง เฉิน รองประธานคณะกรรมาธิการประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ได้เสนอกฎหมายใหม่ในวันศุกร์ (22 พ.ค.) ที่ระบุให้ฮ่องกงต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็วภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับย่อซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดลบ 8.96 จุด ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ 8.96 จุด เมื่อคืนนี้ (22 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนชะลอการเข้าซื้อหุ้นก่อนวันหยุดยาวของตลาดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.เนื่องในวันเมมโมเรียล เดย์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,465.16 จุด ลดลง 8.96 จุด หรือ -0.04% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,324.59 จุด เพิ่มขึ้น 39.71 จุด หรือ +0.43% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,955.45 จุด เพิ่มขึ้น 6.94 จุด, +0.24%

แต่ในรอบสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์บวก 3.3%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 3.2% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 3.4%

ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเตือนเมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ว่า สหรัฐจะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวกับแผนการของจีนที่จะบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง และความตึงเครียดดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่าง 2 ประเทศ อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดลบ 101.78 จุด จีน-สหรัฐอาจทำสงครามการค้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดลบ เมื่อคืนนี้ (21 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะนำไปสู่การทำสงครามการค้ารอบใหม่ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายซึ่งอาจทำให้บริษัทสัญชาติจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐถูกถอดออกจากตลาด นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่สูงกว่า 2.4 ล้านรายในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลบ ที่ 24,474.12 จุด ลดลง 101.78 จุด หรือ -0.41% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,284.88 จุด ลดลง 90.90 จุด หรือ -0.97% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,948.51 จุด ลดลง 23.10 จุด หรือ -0.78%

นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากวุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผ่านร่างกฎหมาย “Holding Foreign Companies Accountable Act” ซึ่งอาจทำให้บริษัทสัญชาติจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐถูกถอดออกจากตลาด นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอาจทำให้บริษัทจีนจำนวนมากไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ หรือระดมเงินทุนจากนักลงทุนชาวอเมริกันได้ในอนาคต

ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดว่า บริษัทสัญชาติจีนที่เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐนั้น จะต้องไม่ถูกควบคุมหรือเป็นเจ้าของโดยรัฐบาลต่างชาติ นอกจากนี้ บริษัทสัญชาติจีนจะต้องยื่นรายงานด้านการเงินเพื่อให้คณะกรรมการกำกับดูแลด้านการบัญชีของบริษัทจดทะเบียน ทำการตรวจสอบบัญชีด้วย

ข่าวดังกล่าวได้ฉุดราคาหุ้นของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งรวมถึงหุ้นอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง และหุ้น JD.com ปิดตลาดร่วงลงเมื่อคืนนี้ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะถูกถอดออกจากตลาดหุ้นสหรัฐ หากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ โดยหุ้นอาลีบาบา ร่วงลง 2.14% หุ้น JD.com ดิ่งลง 3.2% หุ้นยัม ไชน่า โฮลดิ้ง ร่วงลง 4% หุ้นแซดทีโอ เอ็กซ์เพรส ทรุดตัวลง 5.5%

นอกจากนี้ การที่สหรัฐใช้วาทะกรรมทางการเมืองโจมตีจีนนั้น ยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ โดยล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ว่า สหรัฐจะตอบโต้จีนอย่างรุนแรงหากจีนออกกฎหมายความมั่นคงในฮ่องกงเพื่อจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง ขณะที่นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้ออกมาโจมตีจีนว่า เม็ดเงินมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ที่จีนอัดฉีดให้กับองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับโควิด-19 นั้น เทียบกันไม่ได้กับหลายแสนชีวิตที่ต้องสูญเสียไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว อ่านเพิ่มเติม

จับตา หุ้นเด่นวันนี้ ลือสะพัด GULF ชี้ราคาน้ำมัน ชูกลยุทธ์สู้โควิด-19

ข่าว หุ้นเด่นวันนี้ รวมข่าวหุ้นล่าสุด

หุ้นเด่นวันนี้

หุ้นเด่นวันนี้

*THAI

-นสพ.รายงาน เจ้าหนี้แบงก์ไทย-เทศ มูลหนี้ 1.4 แสนล้านบาท ตั้งที่ปรึกษากฎหมายยื่นขอชำระหนี้ “การบินไทย” หลังยื่นขอฟื้นฟูกิจการ ด้าน “บอร์ดวายุภักษ์” ถกวันนี้ ซื้อหุ้น คาดใช้ราคาเฉลี่ย 7 วันย้อนหลัง มีส่วนลด 15-20% วงเงิน 600-700 ล้านบาท ขณะ “หุ้นบินไทย” ร้อนแรงไม่เลิก 2 เดือน ชน 8 ซิลลิ่ง

-นสพ.รายงาน เจ้าหนี้หุ้นกู้ “การบินไทย” มั่นใจได้เงินคืน เชื่อมั่นกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ช่วยให้บริษัทแข็งแกร่งขึ้น และมีกำไรได้ ด้าน “แอลเอชฟันด์” เผยมีมุมมองบวก ขอเพียงมีกระบวนการฟื้นฟูที่ดี

*SAWAD, MTC,BAY,CHAYO

-นสพ.รายงาน “นอนแบงก์” เบรกปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ หวั่น “โควิด” ดันหนี้เสียพุ่ง “กรุงศรีคอนซูมเมอร์” เลื่อนกลับมาให้บริการ เหตุไม่ใช่จังหวะเหมาะสม ขณะ “เอ็นพีแอล” ของเก่ายังค้าง 11% ด้าน “ไชโย” สั่งลดวงเงิน พร้อมคุมเข้มปล่อยกู้ ชี้สถานการณ์ยังไม่เอื้อ หวั่นเอ็นพีแอลไหลกลับในกลุ่มลูกค้าที่ปรับโครงสร้างหนี้

*ILM

-นสพ.รายงาน เคลื่อนธุรกิจรับนิวนอร์มอล ปรับโปรดักท์มิกซ์ บุกออนไลน์ ขยายฐานลูกค้าหลังยอดไตรมาสแรกพุ่ง 150% พร้อมยกเครื่องสาขาราชพฤกษ์ “แฟลกชิพสโตร์” ชูคอนเซปต์ โมเดิร์น ลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ เจาะกลุ่มไฮเอนด์ โซนกรุงเทพฯ ตะวันตก อ่านเพิ่มเติม

ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลบ ขานรับความหวังเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

ตลาดหุ้นยุโรป ปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (19 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังจากเมื่อวันจันทร์ตลาดทะยานขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ขานรับความหวังเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.61% ปิดที่ 339.49 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,458.16 จุด ลดลง 40.18 จุด หรือ -0.89% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,002.23 จุด ลดลง 46.36 จุด หรือ -0.77% ขณะที่ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 11,075.29 จุด เพิ่มขึ้น 16.42 จุด หรือ +0.15%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไร หลังได้แรงหนุนในช่วงแรกจากข่าวที่ว่า ฝรั่งเศสและเยอรมนีเรียกร้องเมื่อวันจันทร์ให้มีการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจว งเงิน 5 แสนล้านยูโร (5.47 แสนล้านดอลลาร์) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) และภาคธุรกิจต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อ่านเพิ่มเติม